สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

เอพริลพูลเดย์

เอพริลพูลเดย์

APRILPOOLDAY

1 กันยายน 2557 | Creative Entrepreneur

ในยุคที่การใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางขายสินค้ากำลังเบ่งบานและเร่งให้เกิดผู้ประกอบการหน้าใหม่จำนวนมากในตลาด อทิตยา ประเสริฐสังข์ (ส้มโอ) รัตนเทพ แป้นกระโทก (เป๊ก) ลีลานันทน์ รณเกียรติ (มิญช์) และปัทมา บัวแก้ว (ปุ๋ย) เป็นอีกหนึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นโอกาสและอยากจะทดลองทำธุรกิจของตนเองนอกเหนือจากงานประจำที่ทำอยู่

ด้วยการลงแรงคิดและลงมือทำอย่างจริงจังของกลุ่มเพื่อนสนิทสี่คนที่มีบุคลิกและความถนัดเฉพาะตัวแตกต่างกัน ทำให้แม้จะเปิดตัวได้ไม่กี่เดือนและมีสินค้าคอลเล็กชั่นแรกออกมาเพียงสองแบบ แต่ภาพของชุดว่ายน้ำดีไซน์เก๋กลิ่นอายวินเทจ ด้วยผ้าสีพื้นหลากสีกุ๊นขอบขาวเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งปรากฏบนหน้าอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กเพจภายใต้ชื่อ "เอพริลพูลเดย์ (Aprilpoolday)" ก็สามารถแสดงตัวตนของแบรนด์ออกมาได้อย่างหนักแน่น จนดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความเรียบง่ายแต่แฝงลูกเล่นไว้ภายใน

มากกว่าชุดว่ายน้ำ

จุดเริ่มต้นของเอพริลพูลเดย์เกิดขึ้นในวันหยุดช่วงฤดูร้อนที่มีการนัดพบปะสังสรรค์ริมทะเลหรือสระว่ายน้ำบ่อยครั้ง จนเกิดการตั้งข้อสังเกตที่นำไปสู่ความเป็นไปได้ทางธุรกิจที่ว่า “ทำไมผู้หญิงจะต้องมีชุดว่ายน้ำหลายชุด”      

“เราสังเกตกันว่าเวลาไปว่ายน้ำแต่ละครั้งผู้หญิงจะใส่ชุดว่ายน้ำไม่ค่อยซ้ำกันเลย เหตุผลที่ต้องซื้อชุดว่ายน้ำกันบ่อยๆ นี่เพราะอะไร เพราะเขาเบื่อหรือเปล่า หรือจริงๆ แล้วเขาแค่อยากใส่ชุดสวยๆ หัวใจหลักที่ใส่ชุดว่ายน้ำไม่ใช่เพราะเขาอยากว่ายน้ำขนาดนั้น อีกอย่างหนึ่งคือ ณ ตอนนั้นร้านขายชุดว่ายน้ำในอินสตาแกรมยังมีไม่มากนัก ส่วนที่ขายในห้างก็ไม่ค่อยมีแบบที่ถูกใจเรา ทั้งยังราคาค่อนข้างสูง ก็เลยตัดสินใจว่าเริ่มทำชุดว่ายน้ำ”
 
ในเรื่องของดีไซน์ ทั้งสี่เล่าว่าเกิดจากการค่อยๆ ปรับแก้ทีละนิดจนได้แบบที่ตอบโจทย์ทุกสรีระ “เรามาคิดกันว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบโชว์ส่วนไหน กังวลส่วนไหน เราเลือกที่จะโชว์แผ่นหลังซึ่งเป็นส่วนที่เราคิดว่าสวยสำหรับผู้หญิงเกือบทุกคน แล้วปิดส่วนหน้าเพื่อให้เขามั่นใจเวลาว่ายน้ำหรือทำกิจกรรม กางเกงเป็นส่วนที่เราแก้กันหลายรอบมาก ครึ่งซม.ก็แก้ เพราะไม่อยากให้เว้าสูงมาก แต่ถ้าคลุมลงมามากก็จะดูเรียบร้อยเกินไป เราอยากทำชุดว่ายน้ำที่สวยด้วยและใส่ว่ายน้ำได้ดีด้วย อยากให้เป็นชุดเก่งที่หยิบขึ้นมาเมื่อไหร่ก็รู้สึกว่า โอ๊ย น่ารัก ฉันชอบชุดนี้”

แม้ว่าจะมีความรู้เรื่องการตัดเย็บพื้นฐานกันมาบ้าง แต่เมื่อพูดถึงชุดว่ายน้ำที่มีความเฉพาะเจาะจง สมาชิกทั้งสี่คนก็แทบต้องเริ่มจากศูนย์ อาศัยการลองผิดลองถูกจนได้ผลงานที่ถูกใจ “เราใช้วิธีสอบถามจากคนขายและรีเสิร์ชด้วยตัวเอง เสียต้นทุนค่าประสบการณ์ในการเลือกวัสดุและการขึ้นแบบไปเยอะมาก ผ้าที่ใช้ทำชุดว่ายน้ำมีลักษณะเฉพาะตัวที่ต้องยืดได้รอบด้าน ประกอบกับเราอยากจะได้ผ้าที่มีความหนากว่าที่ใช้กันทั่วไป เลยต้องลองเปลี่ยนผ้าหลายครั้ง ช่างตัดเย็บก็ให้หลายๆ เจ้าลองตัดมาเปรียบเทียบว่าเจ้าไหนดีกว่ากัน แล้วค่อยๆ แก้ไปทีละจุด คือยอมให้คิดค่าแรงแพงขึ้นแต่ของานเนี๊ยบเลย”

มัดใจลูกค้าออนไลน์
ในวันที่เทคโนโลยีสามารถเสกให้ทุกสิ่งบนหน้าจอดูสมบูรณ์แบบได้เพียงปลายคลิก พวกเขามองว่าการใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างพอเหมาะพอดีเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อคิดจะทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ “ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญมาก เราอาจจะรีทัชรูปให้สวยแค่ไหนก็ได้ แต่ถ้าได้รับของแล้วมันไม่เหมือนในรูป ลูกค้าจะรู้สึกไม่ดี เพราะฉะนั้นต้องลงรูปให้เหมือนจริง อีกอย่างคือถ้าลูกค้ากลับมาซื้อเพิ่มแล้ว เรามีการเปลี่ยนผ้ากุ๊นหรือทำอะไรใหม่ ก็ต้องบอกเขาว่ามันจะไม่เหมือนตัวที่ซื้อไปนะ หรือถ้าผ้าขาดตลาด เราดูแล้วว่าถ้าเปลี่ยนผ้ารายละเอียดส่วนไหนจะเปลี่ยนไป ก็ต้องมาปรึกษากันว่าเรารับได้ไหม ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่เปลี่ยน ยอมรอหรือไม่ก็ลองหาผ้าใหม่ที่ใกล้เคียงกว่าเดิม เพราะคิดว่าถ้ายังไม่มีที่ดีพอ ก็อย่าขายดีกว่า”    

ในขณะเดียวกัน การตั้งราคาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทั้งสี่คนเชื่อว่ามีผลกับการตัดสินใจของลูกค้าไม่น้อย “เราอยากให้ราคามันน่ารัก เห็นปุ๊บ โอนเงินเลย เพราะยิ่งลูกค้าไม่ได้เห็นของก่อน ความมั่นใจเขาก็จะลดลงไปด้วยส่วนหนึ่ง เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าเวลาได้รับของ” ด้วยความใส่ใจในรายละเอียด ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ และราคาที่เข้าถึงง่าย จึงทำให้ลูกค้าที่ชื่นชอบเอพริลพูลเดย์ค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้นด้วยการแนะนำแบบปากต่อปาก “ส่วนใหญ่ลูกค้าที่เคยซื้อไปแล้วเขากลับมาซื้ออีก เป็นแบบเดิมแต่คนละสี และมีหลายคนมากที่ส่งข้อความกลับมาบอกเราว่าได้ของแล้ว ชอบมาก ต่างจากที่ก่อนหน้านี้เราเคยขายของออนไลน์ซึ่งไม่ได้ออกแบบเอง เขาซื้อแล้วเขาก็หายไป ไม่ได้มีการติดต่อกลับมาอีก”

 

เติบโตอย่างสุขใจ
เมื่อถามถึงก้าวต่อไปของเอพริลพูลเดย์ ทั้งสี่คนเล่าว่ามีการวางแนวทางไว้บ้างแล้ว โดยจะรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ให้มีความแข็งแรง และมีแผนจะทำคอลเล็กชั่นร่วมกับเพื่อนที่มีแบรนด์เป็นของตัวเองอยู่แล้วเพื่อขยายกลุ่มลูกค้า ทั้งยังมองตลาดต่างประเทศไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม พวกเขายืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากจะเติบโตอย่างช้าๆ แต่มั่นคง โดยยังเน้นการผลิตในปริมาณน้อยและทยอยออกแบบชุดใหม่ครั้งละเพียง 2-3 แบบ “เราพยายามทำอะไรที่เราควบคุมได้ พยายามจะขายแบบและสี ให้เป็นของสะสม ค่อยๆ ทำทีละน้อยตามกำลังที่เรามี เรา อยากให้เป็นธุรกิจที่ทำด้วยความสุข เพราะจุดมุ่งหมายของการทำเอพริลพูลเดย์คือการที่เราได้ทำมันมาด้วยกัน คือความรู้สึกภูมิใจที่ได้รู้ว่าลูกค้าชอบชุดของเรา”